fbpx

ถ้าคุณมีปัญหาเหล่านี้ ฟิลเลอร์ช่วยได้!

☑ ผู้ที่มีริ้วรอย,ร่องลึก,ร่องแก้ม

☑ อยากปรับรูปหน้า

☑ เติมเต็มริ้วรอย

☑ ใต้ตา

☑ เติมเต็มหลุมแผลเป็น

☑ เติมเนื้อแก้ม

☑ หน้าผาก

☑ ขมับ

☑ คาง

☑ เติมริมฝีปาก

ผลลัพธ์การรักษามากกว่า 50,000เคส อันดับ 1 โคราช โดยคุณหมอกุ้ง

*ผลลัพท์ขึ้นอยู่เฉพาะแต่ละบุคคล

เรามีแขกที่น่ารัก น้องน้ำสาวสวยของเรา ที่มากรวิกกาคลินิกเพราะน้องน้ำ บอกว่า กังวล เรื่องรูปหน้า คางบุ๋ม ใต้ตาคล้ำ และร่องลึก และหน้าไม่เท่ากัน อยากปรับรูปหน้า เลยมาให้คุณหมอกุ้งดูให้ วันนี้เราจะใช้ 1. filler belotero 2. vital light restylane 3. neuronox toxin มาดูค่า จบนี้จะสวยขนาดไหนนนนนน

หน้าเรียวใครๆ ก็ต้องนึกถึงเรา ไม่ว่าคุณจะรูปหน้าแบบไหน

คุณหมอจะออกแบบให้เหมาะกับคุณ ด้วยการใช้นวัตกรรมต่างๆ มาผสมผสานเข้าด้วยกัน และที่สำคัญวางใจถึงมาตรฐานและ ความปลอดภัย ได้ 100%

ทั้งหน้าเรียวด้วยโบจาก Nabota Toxin เกาหลีตัวแรกที่ผ่าน UsFDA และ ใต้ตาเรียบเนียนสวยด้วย Restylane vital light โดยหมอกุ้ง

น้องเจินดูสดใสเปล่งปลั่ง เด็กลง ขึ้นทันตาค่า จริงใจ ปลอดภัย ไม่แพง

คำถามยอดฮิต เรื่องใต้ตา ที่ใครๆ ก็อยากรู้เทคนิคสวยใต้ตาทันที ว่าทำอย่างไร ให้สวย ดูสว่าง และดูอ่อนวัยลง

หมอกุ้งมาบอกเทคนิคสวย ๆ กับ คุณอั้ม กูรูด้านความงาม ที่ไม่อยากปกปิดใต้ตาให้หนาอีกต่อไป มาดูกันจ้า ผู้ชายก็ใต้ตาสวยได้นะจ้ะ

0Days0Hours0Minutes0Seconds

ฟิลเลอร์ คืออะไร

       ฟิลเลอร์ (Filler) คือ สารที่ฉีดเพื่อช่วยในการเติมเต็มใบหน้า เพื่อทำให้ริ้วรอยดูเติมเต็มขึ้น รอยหมองคล้ำดูจางลง แก้ไขโครงสร้างใต้ผิวหนัง ทำให้หน้าดูเด็กขึ้น
โดยฟิลเลอร์เป็นสารที่สังเคราะห์มาจาก Hyaluronic Acid หรือเรียกสั้นๆว่า HA ซึ่งเป็นสารโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharide) หรือ น้ำตาลเชิงซ้อน สร้างขึ้นเลียนแบบสารที่มีตามธรรมชาติที่มีอยู่แล้วในร่างกายของมนุษย์เรา โดยสารกลุ่มนี้จะมีอยู่มากในชั้นผิวหนังและกระดูกอ่อน ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของคอลลาเจนนั่นเอง
ซึ่งสามารถสลายได้หมดไม่เป็นอันตราย❌ต่อร่างกาย แต่ต้องเป็นของแท้เท่านั้น✔️

       โดยเมื่อแพทย์ฉีดฟิลเลอร์ลงไปใต้ผิวหนัง สาร HA ที่อยู่ในฟิลเลอร์ จะดูดซับน้ำจากเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ เเล้วขยายตัวขึ้นหลังฉีด ส่งผลให้ใบหน้าบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์เต่งตึงขึ้น ดูมีน้ำมีนวล อีกทั้งยังเป็นการเติมเส้นใยคอลลาเจนที่หายไป ให้ผิวนั้นดูอ่อนเยาว์ ริ้วรอยร่องลึกดูตื้นขึ้น ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย

       ในปัจจุบันนี้ฟิลเลอร์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เติมเต็มในส่วนต่างๆ แต่ยังมีการใช้ฟิลเลอร์เพื่อปรับสภาพผิว ให้ผิวนั้นอุ้มน้ำ ผิวชุ่มชื้นมากขึ้น ใบหน้าดูฉ่ำวาวขึ้นอีกด้วย

✅ ประเภทของฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็มแบ่งง่ายๆ ออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ด้วยกันค่ะ

1. Temporary filler (แบบชั่วคราว)
ฟิลเลอร์แบบชั่วคราว อยู่ได้ประมาณ 6 เดือน – 2 ปี
สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ
มีความปลอดภัยสูง
เป็นที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน
เช่น ฟิลเลอร์กลุ่ม ไฮยารูรอนิกแอซิด Hyaluronic Acid หรือ HA ที่เรารู้จักกัน

2. Semi Permanent Filler (แบบกึ่งถาวร)
ฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวร
สามารถอยู่ได้นานประมาณ 2-5 ปี ยาวนานกว่าแบบแรก
มีความปลอดภัยรองลงมาจากแบบแรก
เช่น แคลเซียมฟิลเลอร์ ที่มีส่วนผสมของแคลเซียม ไฮดรอกซิลอะพาไทต์ (Hydroxyapatite)
แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้รักษาในประเทศไทย เนื่องจากเมื่อเกิดผลข้างเคียงหลังการรักษาจะสามารถทำการแก้ไขได้ยากกว่าสารเติมเต็มในกลุ่มที่ย่อยสลายได้

3. Permanent Filler (แบบถาวร)
ฟิลเลอร์แบบถาวร
เป็นสารเติมเต็มพวก ซิลิโคน หรือ พาราฟิน หลังฉีดไปแล้วผิวจะไม่สามารถดูดซึมฟิลเลอร์ชนิดนี้ได้ ทำให้คงค้างอยู่ในชั้นผิวของเรา
โดยไม่สามารถสลายไปตามธรรมชาติ
มีผลข้างเคียงในระยะยาว เช่น ฟิลเลอร์ไหล ฟิลเลอร์ย้อยผิดรูปนั่นเอง
ไม่แนะนำให้ฉีดสารเติมเต็มชนิดนี้ เพราะหากต้องการนำออก อาจจะไม่สามารถนำออกได้หมด ซึ่งเกิดอันตรายในระยะยาวแก่ร่างกายเราได้

✅ ฉีดฟิลเลอร์ อันตรายหรือไม่

HA ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มที่ได้รับการรับรองโดยองค์การอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ FDA จุดประสงค์ของการใช้ฟิลเลอร์ คือเพื่อเติมเต็มข้อบกพร่องบริเวณใบหน้า เมื่อฟิลเลอร์เข้าสู่ร่างกายจะดูดซับน้ำจากภายในร่างกาย และขยายทำให้บริเวณที่ถูกฉีดดูเต็มขึ้น
ฟิลเลอร์ แต่ละยี่ห้อ แม้จะเป็น hyaluronic acid เหมือนกัน แต่ด้วยเทคโนโลยีและขั้นตอนในการผลิตที่แตกต่างกัน จึงทำให้เกิดคุณสมบัติทางกายภาพที่แตกต่างกัน ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นเหมาะกับการใช้ฉีดในจุดต่างๆของใบหน้าไม่เหมือนกัน อ่านเพิ่มเติม ยี่ห้อฟิลเลอร์ในประเทศไทย
ซึ่งโดยปกติเมื่อเราไปพบแพทย์เพื่อฉีดฟิลเลอร์ แพทย์จะเป็นผู้แนะนำว่าผิวของเราเหมาะกับฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนรุ่นไหน ซึ่งส่วนหนึ่งที่สำคัญ ก็ขึ้นกับความถนัดและเทคนิคการฉีดของหมอแต่ละคนด้วยนะคะ

สิ่งที่จำเป็นอย่างมาก คือ
✔️จะต้องเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
✔️รู้เทคนิคการฉีดที่ถูกต้องเหมาะสม ที่สามารถวิเคราะห์ปริมาณยา
✔️ตำแหน่งที่ฉีดได้แม่นยำ
✔️สถานพยาบาลต้องมีความน่าเชื่อถือ ฉีดในสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานได้รับอนุญาตให้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย

✅ ตำแหน่งยอดฮิตที่นิยมฉีดฟิลเลอร์

* ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
* ฉีดฟิลเลอร์คาง
* ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม / แก้มตอบ
* ฉีดฟิลเลอร์จมูก
* ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
* ฉีดฟิลเลอร์ปาก
* ยกหน้า หรือ lifting

✅ ฉีดฟิลเลอร์ในแต่ละตำแหน่ง ต้องฉีดปริมาณเท่าไหร่

       

การฉีดฟิลเลอร์แต่ละตำแหน่งนั้น ใช้ฟิลเลอร์ในการรักษาไม่เท่ากัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาบนใบหน้าของคนไข้แต่ละคน โดยแพทย์จะประเมินว่าในแต่ละตำแหน่ง ใช้ปริมาณฟิลเลอร์เท่าไหร่จึงจะเพียงพอ โดยรวมแล้วขึ้นอยู่กับสภาพผิวของคนไข้และปัญหาที่จะทำการแก้ไขในบริเวณนั้นๆ ด้วย

* คาง 1-2 ml.
* ปากอวบอิ่ม 1-2 ml.
* ร่องแก้ม 1-2 ml.
* เติมแก้ม แก้มตอบ 2-4 ml.
* เติมใต้ตา 1-2 ml.
* ขมับ 1-3 ml.
* หน้าผาก 3-6 ml
* ร่องใต้มุมปาก 1-2 ml.

✅ ฟิลเลอร์ที่กรวิกกาคลินิก เราใช้แบรนด์ยุโรป มีดังนี้

1 . Restylane filler จากสวีเดน เป็นฟิลเลอร์อีก 1 ตัวที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก การันตีจากอย FDA อเมริกา และ CE MARKS จากยุโรป
เนื้อเนียน ฉีดง่าย เหมาะกับบุคคลที่ผิวบาง
มีมากมายหลายรุ่นให้เลือกใช้กับแต่ละตำแหน่งปัญหาเช่นกัน อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 12-24 เดือน

2 Belotero filler หรือ colorful filler จากสวิสเซอร์แลนด์ ได้รับความนิยมอย่างมาก
เพราะราคาไม่แพงจับต้องได้ ผลิตด้วยเทคโนโลยี CPM Technology ซึ่งเป็นนวัตกรรมการผลิตพิเศษ ทำให้ได้เนื้อเจลที่มีความเรียบเนียน กลืนกับผิวหน้าได้ดี สามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกสภาพผิว มี 4 รุ่นให้เลือกใช้

ท่านสามารถขอตรวจสอบก่อนได้รับการฉีดฟิลเลอร์ ได้ทุกครั้ง

✔️เราสามารถขอเอกสารกำกับยา ของฟิลเลอร์ที่เราฉีดได้ โดยเอกสารกำกับยาที่ถูกต้องจะต้องเป็นเอกสารกำกับยาภาษาไทยเท่านั้น เพราะแปลว่าได้รับการรับรอง และตรวจสอบมาตรฐานโดยองค์การอาหารและยาประเทศไทย
✔️ขอกล่องกลับบ้านได้ และขอให้แกะให้ดูก่อนใช้ได้เลยค่ะ

ระยะเวลาของฟิลเลอร์ อยู่ได้นานแค่ไหน
ส่วนใหญ่โดยมาตรฐานของฟิลเลอร์แล้ว จะมีอายุของตัวยาอยู่ได้ 12-18 เดือน ขึ้นกับปริมาณความเข้มข้นของ Hyaluronic Acid และเทคโนโลยีการผลิต ที่ได้รับมาตรฐานการรับรองจากองค์การอาหารและยา เป็นสารที่เลียนแบบสารที่มีตามธรรมชาติ
สามารถย่อยสลายได้เอง ตามกระบวนการทางธรรมชาติของร่างกายโดยไม่ทิ้งสารตกค้าง แต่สิ่งที่ควรระวังคือ หากเป็นฟิลเลอร์ปลอม หรือ ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน สารเหล่านี้จะไม่สามารถย่อยสลายไปได้เอง

© Copyright - KVK